ไม่รู้จะขายอะไรเชิญทางนี้
นี่จะเป็นสินค้าที่เราคิดว่าน่าสนใจจะมาแนะนำให้สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเริ่มธุรกิจออนไลน์ดูบ้าง
แต่ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี ขายออนไลน์อะไรดี เชิญมาดูข้อมูลดีๆเพื่อเป็นแนวทางได้เลยค่ะ
1. อุปกรณ์ออกกำลังกาย
กระแสการออกกำลังกาย
ใช้ชีวิตแบบสุขภาพดีนั้นมาแรง
แน่นอนว่าธุรกิจที่ขายดิบขายดีก็คงหนีไม่พ้นการเปิดฟิทเนส ยิม
หรือสถานที่ออกกำลังกายอื่นๆ เช่น โรงเรียนโยคะ แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีกำลังจ่ายเงินกับคอร์สแพงๆ
หรือค่าฟิทเนสรายเดือนที่ราคารายเดือนแพงหูฉี่
ด้วยเหตุนี้ทำให้มีคนจำนวนมากมีความต้องการที่จะหาซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายมาไว้ที่บ้าน
เพื่อที่จะตอบสนองกับชีวิตที่เร่งรีบ มีเวลาน้อย
แต่ยังต้องการสุขภาพที่ดีอยู่นั่นเอง ตัวอย่างสินค้า เช่น ดัมเบล ม้าออกกำลังกาย AB Wheel หรือ AB Roller เสื่อโยคะ วิดีโอสอนออกกำลังกาย บาร์โหน บาร์ติดประตู ถุงมือฟิทเนส
เสื้อผ้าสำหรับใส่ในฟิทเนส เป็นต้น
2. เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ
มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยึดอาชีพอิสระ
หรือฟรีแลนซ์เป็นอาชีพหลัก รวมไปถึงเจ้าของกิจการต่างๆ
ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาหมดไปกับการนั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์
แน่นอนว่าต้องเกิดปัญหาสุขภาพ ทั้งทางสายตา หรือสุขภาพของหลัง
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ลูกค้ากลุ่มนี้จะมองหาเก้าอี้ที่สามารถลดปัญหาสุขภาพดังกล่าว
เพื่อให้สามารถนั่งทำงานได้นาน โดยอาจเป็นเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อลดหรือรักษาอาการปวดหลังโดยเฉพาะ
ลูกค้ากลุ่มนี้มักยอมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นครับ
3. อาหารคลีน / บริการจัดส่งอาหารคลีน
เป็นธุรกิจที่ยังน่าลงทุน
เพราะจัดว่าเป็นสินค้าที่ผู้ขายสามารถเพิ่มจุดเด่นได้เอง ไม่ว่าจะเป็นในด้าน
รสชาติ, หน้าตา และความหลากหลายของเมนู สามารถโชว์ความสร้างสรรค์และกำหนดราคากันได้อย่างอิสระ ราคาของอาหารคลีนค่อนข้างกว้าง
อาจมีการเพิ่มมูลค่าด้วยขนมและของทานเล่น
นอกจากนั้นตลาดนี้ยังมีข้อจำกัดในด้านของการขนส่ง ทำให้เจ้าใหญ่ๆ ไม่สามารถยึดตลาดไปขายได้ทั้งหมด
4. สินค้ามือสอง
ในสภาวะที่เศรษฐกิจให้ความรู้สึกที่ไม่มั่นคง
จะต้องมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่เริ่มหันมาประหยัดงบครัวเรือน
รัดเข็มขัดกันมากขึ้น ทำให้มีการลดค่าใช้จ่ายลงอย่างชัดเจน
โดยอาจจับจ่ายใช้สอยสินค้าฟุ่มเฟือยน้อยลง สำหรับสินค้าของใช้ เช่น คอมพิวเตอร์
อุปกรณ์ต่างๆ หรือจะเป็นสินค้าแฟชั่นอย่างเสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม สินค้ามือ 2
ก็เริ่มเข้ามาเป็นตัวเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะหากเป็นสินค้าที่อยู่ในรับประกัน
หรือมีสภาพดีใกล้เคียงของใหม่ ก็สามารถทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ไม่ยาก เช่น เสื้อผ้ามือสอง, โทรศัพท์มือถือ, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, หนังสือมือสอง, ของเก่า
ของสะสม Vintage ต่างๆ
5. สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง
กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น สุนัขหรือแมว
โดยส่วนมากนั้นมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างสูง โดยลูกค้ากลุ่มนี้มักมีความต้องการที่จะให้สัตว์เลี้ยงของพวกเขาได้รับสิ่งที่ดี
ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า ของเล่นเสริมพัฒนาการ หรือจะเป็นสินค้าบำรุงสุขภาพ
หรือเสริมความงาม เช่น ที่นอน, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนัง, คุ๊กกี้โฮมเมด
(บำรุงสุขภาพ), เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง,
คอกต่างๆ ออกแบบสวยงามสามารถดึงดูดลูกค้าได้ดี
6. สินค้าสั่งทำ เลือกแบบเองได้ DIY
สินค้าประเภทนี้อาจจะเน้นการเพิ่มลูกเล่น
หรือการให้ลูกค้ามีส่วนร่วม คือสามารถออกแบบเองได้ ส่งแบบมาให้ทำพิเศษได้ สินค้าเหล่านี้มีมูลค่าทางจิตใจมากกว่า
ทำให้ไม่จำเป็นต้องแข่งขันในเรื่องราคามากเท่าสินค้าอื่นๆ
ทำให้สามารถขายได้เรื่อยๆ แม้จะมีคู่แข่งเข้ามาทำ หากเรารักษาเอกลักษณ์ไว้
ก็จะสามารถเอาตัวรอดได้สบายๆ
7. ทำแบรนด์เครื่องสำอางค์ / ครีม
การทำแบรนด์เครื่องสำอางในปัจจุบันมีต้นทุนถูกลง
เพราะมีบริษัทรับจัดทำแบรนด์มากมายให้เราได้เลือกใช้บริการ นอกจากนั้นเครื่องสำอางเหล่านี้ถูกผลิตในจำนวนมหาศาลทุกวัน
ทำให้มีราคาต้นทุนที่ถูกมากๆ สามารถขายทำกำไรได้หลายเท่าตัว




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น